Notice: Undefined index: commentinput in /home/brochure/domains/brochurebaancondo.com/public_html/wp-content/themes/cleverhouse/functions.php on line 99 บทความ ซื้อบ้าน คอนโด ในเว็บ brochurebaancondo.com

Article

ซื้อบ้าน

Articles about living

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม

ปัจจัยพื้นฐานที่ควรพิจารณาก่อนซื้อบ้านสักหลัง มีดังนี้
• งบ
• การเดินทาง
• ประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการ
• สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงที่สุดคือ คุณมีงบในการซื้อที่พักอาศัยอยู่เท่าไร เพราะมันจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกประเภทที่พักที่เหมาะสมกับคุณได้ แต่หากคุณไม่มีข้อจำกัดเรื่องงบเป็นพิเศษ ข้อถัดมาที่ควรพิจารณาคือ ที่อยู่อาศัยประเภทใดที่เหมาะกับคุณและครอบครัวมากที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยอื่นๆ เช่น การเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น มีโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า และสปอร์ต คอมเพล็กซ์อยู่ใกล้ๆ

การหาเงินซื้อบ้าน

คุณควรหาเงินซื้อที่อยู่อาศัยโดยการขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีงบประมาณที่จำกัด ประการแรกที่คุณควรทำคือ ตัดสินใจเลือกประเภทที่พักที่ต้องการและอยู่ในงบที่คุณตั้งไว้ ในกรณีที่คุณใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์หรือตัวแทนทางกฎหมายเข้ามาจัดการธุรกรรมให้ คุณควรเช็คเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้ดีเพื่อจะได้ทราบถึงจำนวนเงินที่แน่นอนที่คุณต้องจ่าย 
ธนาคารจะคิดค่าดำเนินการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย รวมไปถึงค่าตีราคาสินทรัพย์ เมื่อติดต่อขอสินเชื่อแล้ว จำนวนเงินที่คุณจะสามารถขอกู้ได้จริงจะขึ้นอยู่กับสถานภาพทางการเงินของคุณและการประเมินราคาสินทรัพย์จากทางธนาคาร หรือมูลค่าการซื้อขายจริง  ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารจะให้กู้เพียง 80% เช่น ราคาบ้านจริง 1 ล้าน ธนาคารจะให้กู้ 800,000 บาทเป็นต้น นอกจากนี้ ธนาคารอาจพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้รายเดือน ตลอดจนประวัติการเงินของคุณด้วย  
สำหรับที่พักที่โครงการนำมาขายใหม่นั้น ผู้ซื้อที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์จะได้รับสินเชื่อที่ 90 เปอร์เซ็นต์ของราคาขายใหม่ หรือของมูลค่าในตลาด โดยพิจารณาจากตัวเลขที่ต่ำกว่า 

สิ่งที่คุณควรทำ:

• มีเงินออมที่พร้อมนำมาใช้ได้ สำหรับเป็นกรณีเงินดาวน์
• สินเชื่อที่อยู่อาศัย (หากจำเป็น)
หากอสังหาริมทรัพย์ที่คุณจะซื้อมีช่วงเวลาเช่าซื้อที่จำกัด อาจส่งผลให้การขอสินเชื่อเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ยากขึ้นไปด้วย โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งระยะเวลาเช่าซื้อสั้นมากเท่าไร อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ก็จะเพิ่มสูงขึ้นมากเท่านั้น
เมื่อเข้าชมห้องพักตัวอย่าง คุณต้องไม่ลืมว่าห้องพักตัวอย่างจะต่างจากห้องพักจริง  ดังนั้น คุณควรตวจสอบรายละเอียดของห้องพักที่คุณซื้อในสัญญาการซื้อขายให้ละเอียด 

การมีสิทธิเลือกซื้อ

หากคุณต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ คุณต้องขอการมีสิทธิเลือกซื้อจากผู้ขาย การมีสิทธิเลือกซื้อถือเป็นสิทธิที่คุณมีต่ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆ และถือเป็นการจองอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ด้วย 
ด้วยมีเจตจำนงต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นๆ คุณจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า ค่าจอง เพื่อเป็นการแสดงเจตนาว่าต้องการซื้อ 
ค่าจองที่คุณต้องจ่ายให้กับทางโครงการบ้าน เป็นการวางมัดจำว่าคุณสนใจในโครงการดังกล่าว ซึ่งถ้าคุณได้วางเงินจองไว้แล้ว แต่ไม่ได้มาทำสัญญาการซื้อขายบ้าน เงินจองดังกล่าวคุณจะไม่ได้คืน แต่ส่วนใหญ่ถ้าหากผู้จอง ยื่นกู้ขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินแล้วไม่ผ่าน ทางเจ้าของโครงการบ้านจะทำการคืนเงินให้กับทางผู้วางเงินจอง 
สิทธิการเลือกซื้อไม่สามารถเปลี่ยนโอนได้ ดังนั้น บุคคลที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ร่วมกันจะต้องระบุชื่อไว้ในสิทธิการเลือกซื้อว่าเป็นผู้ต้องการซื้อ เฉพาะผู้ที่ถูกระบุชื่อว่าเป็นผู้ต้องการซื้อไว้ในสัญญาเท่านั้นที่มีสิทธิใช้สิทธิการเลือกซื้อ หลังได้รับสิทธิการเลือกซื้อแล้ว หากมีการเปลี่ยนรายชื่อใดๆ

สัญญาซื้อขาย ซึ่งในรายละเอียดของสัญญาจะประกอบไปด้วยใจความหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

ประการที่ 1 ข้อความที่ระบุว่า เป็น สัญญาซื้อขาย ทั้งนี้เพราะเป็นการลงนามเพื่อการซื้อและการขายมิใช่เพื่อการอื่นใด 
ประการที่ 2 ข้อความบ่งชัดว่า ใครเป็นผู้ซื้อ ที่อยู่หรือภูมิลำเนาของผู้ซื้อที่สามารถติดต่อได้
ประการที่ 3 ใครเป็นผู้ขาย นั่นคือเจ้าของที่ดินและบ้านที่ทำสัญญาซื้อขายนั่นเอง หากนิติบุคคลเป็นผู้ขาย จะมีข้อความระบุถึงกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการที่มีอำนาจทำสัญญาแทนนิติบุคคลนั้น รวมทั้งระบุหมายเลขจดทะเบียนของนิติบุคคลไว้ด้วย ในกรณีซื้อจากโครงการต้องตรงตามที่โฆษณาไว้ ในกรณีเป็นนิติบุคคลควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ดูการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ รวมถึงข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์ และที่อยู่ซึ่งสามารถติดต่อได้
ประการที่ 4 ข้อความที่ระบุชัดเจนถึงทรัพย์สินที่ขายว่าคืออะไรอย่างชัดเจนอ้างอิงได้ โดยต้องระบุว่าเป็นโฉนดเลขที่เท่าใด ตั้งอยู่ในท้องที่ใด มีเนื้อที่เท่าไร กี่ไร่ กี่งาน และกี่ตารางวา หากเป็นการซื้อขายพร้อมบ้านต้องระบุรูปทรงของบ้านด้วย หรือมีแบบอาคารเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา จะดีมาก 
ประการที่ 5 ต้องระบุชัดเจนถึงราคาของที่ดินและบ้านที่จะซื้อจะขายนั้น ทั้งนี้ราคาที่ระบุในสัญญาจะเป็นราคาคงที่ในวันที่เซ็นสัญญา ไม่ว่าราคาตลาดจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงอย่างไรก็ตาม 
ประการที่ 6 ข้อความระบุถึงการโอนกรรมสิทธิ์ แม้ว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ซื้อนั้นย่อมโอนให้ผู้ซื้อตั้งแต่”ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน” แต่จะมีผลตามกฎหมายนั้นก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินก่อน ในการโอนกรรมสิทธิ์จะระบุผู้รับผิดชอบค่าโอนด้วยซึ่งมักจะเป็นผู้ซื้อที่จ่ายค่าธรรมเนียมการโอนและปรับปรุงเป็นออกค่าใช้จ่ายฝ่ายละครึ่งหนึ่ง สัญญาซื้อขายที่ดีจะต้องมีความชัดเจนในเรื่องนี้ 
ข้อนี้สำคัญมาก เพราะกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ทั้งหลายเปลี่ยนเจ้าของด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ดำเนินการโดยเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกบ้าน หรือบรรดาบ้านจัดสรรทั้งหลาย หากจะรับโอนกันได้ บ้านต้องสร้างเสร็จตามสัญญา ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบของสินค้าประเภทบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย บ้านพร้อมอยู่ กระทั่งบ้านมือสอง และบ้านประมูล เพราะบ้านสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ซื้อมีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะซื้อบ้านไม่ได้บ้านน้อยมาก 
ประการที่ 7 ข้อบังคับจากกฎหมายแพ่งว่าด้วยการซื้อขาย ซึ่งอนุญาตให้คู่สัญญาทำสัญญากันว่าจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิ์ก็ได้ด้วย ทั้งนี้ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิ์นั้นเป็นเรื่องของผู้ขาย กรณีอย่างนี้จะเกิดกับการซื้อบ้านมือสอง หรือบางทีซื้อบ้านทิ้งดาวน์ แต่การซื้อบ้านใหม่สร้างเสร็จ หรือบ้านผ่อนดาวน์ จะไม่มีเรื่องแบบนี้ หากเป็นลักษณะการทำสัญญาค้ำประกันดูแลตัวบ้านโดยกำหนดระยะเวลาประมาณ 1-3 ปีไว้
ในกรณีบ้านพร้อมอยู่ บ้านทิ้งดาวน์ บ้านมือสองต่าง ๆ ความรับผิดชอบเพื่อความชำรุดบกพร่องเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ทั้งนี้หมายความถึงทรัพย์สินที่ซื้อขายกันนั้นชำรุดบกพร่องอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันผู้ซื้อมุ่งจะใช้เป็นปกติ หรือประโยชน์ที่เป็นความมุ่งหมายแห่งสัญญานั้นเอง กฎหมายแพ่งระบุชัดเจนว่า ให้ใช้บังคับถึงแม้ว่าผู้ขายรู้อยู่แล้วหรือไม่รู้ว่าความชำรุดบกพร่องนั้นมีอยู่ในตอนทำสัญญาซื้อขายกัน การให้ใช้บังคับก็คือผู้ซื้อไม่สามารถท้วงติงสภาพของบ้านได้ ในเงื่อนไขต่อไปนี้
ผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วในเวลาซื้อขายว่า มีความชำรุดบกพร่อง หรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน หมายความว่า หากประมาทไม่ตรวจสอบให้ดี ผู้ซื้อก็ต้องรับผิดชอบเอง
ความชำรุดบกพร่องนั้นเห็นประจักษ์ ในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้อิดเอื้อนหรือท้วงติง
การซื้อขายนั้นเป็นการซื้อทรัพย์สินที่ขายทอดตลาด (ตรงนี้ต้องเข้าใจว่าการซื้อบ้านจากการประมูลขายทอดตลาดนั้น ควรจะไปตรวจดูสภาพบ้านก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะผู้ขายไม่ต้องรับผิดชอบหากบ้านชำรุด)
สำหรับกรณีความรับผิดเพื่อการรอนสิทธินั้น การซื้อบ้านสร้างเสร็จเป็นการเลี่ยงเรื่องนี้โดยตรง เป็นการป้องกันซื้อบ้านแล้วไม่ได้โอน เพราะบ้านติดจำนอง หรือยังไม่ได้ถ่ายถอน
แต่กระนั้นก็ควรตรวจสอบให้ละเอียดว่าโฉนดปลอดจำนองหรือไม่ ในกรณีมีโฉนดตัวจริงดูได้จากหลังโฉนดจะมีการเขียนเอาไว้
อย่าลืมว่าการรอนสิทธินั้นหากผู้ซื้อรู้อยู่แล้วว่าบ้านหรือที่ดินที่จะซื้อนั้นมีการรอนสิทธิหรือมีผู้รบกวนสิทธิอยู่แล้ว ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบเอง การซื้อบ้านที่มีภาระติดจำนองจะต้องเจรจารายละเอียดกันให้ดี ว่าจะปลอดภาระจำนอง จะโอนและจะจำนองกู้เงินใหม่อย่างไร 
ประการที่ 8 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพื้นที่ดิน โดยปกติการซื้อขายบ้านพร้อมอยู่มักจะไม่ค่อยมีปัญหานี้ โดยเฉพาะบ้านในโครงการบ้านจัดสรร แต่ถ้าหากผู้ซื้อรอบคอบมีการตรวจสอบรังวัดซ้ำกับหมุดหลักเขต และมีที่ดินขาดหรือเกินเกิดขึ้น กฎหมายให้สิทธิ์ไว้ว่า ในกรณีที่ดินเกินผู้ขายไม่สามารถเพิ่มราคาได้ แต่ในกรณีที่ดินขาดผู้ซื้อสามารถขอให้ผู้ขายลดราคาได้ ดังนี้
  • กรณีที่ 1 ถ้าหากขาดหรือเกินจำนวนพื้นที่ในสัญญาเกินกว่าร้อยละห้าของที่ดินทั้งหมด ผู้ซื้อจะไม่ซื้อหรือขอให้ลดราคาลงตามส่วนได้ ถ้าบอกปัดไม่ซื้อผู้ขายจะต้องคืนเงินให้ หากจดทะเบียนโอนแล้วก็โอนคืน หากผู้ซื้อจะซื้อยังมีสิทธิขอให้ลดราคาตามส่วนได้
  • กรณีที่ 2 ที่ดินที่ขาดหรือเกินนั้น หากผู้ซื้อทราบก่อน จะมิได้ทำสัญญาซื้อขาย ซึ่งมิได้จำกัดว่าจะเกินกว่าร้อยละห้าหรือไม่ โดยถือเจตนาการใช้ประโยชน์ของผู้ซื้อเป็นสำคัญว่าถ้ารู้ก่อนจะไม่ซื้อ อายุความในกรณีที่ดินขาดหรือเกินนี้ 1 ปี นับแต่วันส่งมอบ

 

วิธีการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย

ชาวต่างชาติที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะได้รับอนุญาตให้ซื้อเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดและในอาคารชุดแต่ละแห่งจะมีการกำหนดสัดส่วนการถือครองโดยชาวต่างชาติได้ไม่เกินร้อยละ 40  ถ้าหากอาคารชุดแห่งนั้นมีสัดส่วนชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์อยู่ครบแล้ว ชาวต่างชาติจะไม่สามารถซื้ออาคารชุดดังกล่าวได้อีก  นอกจากนี้ชาวต่างชาติยังสามารถซื้อเฉพาะตัวอาคารโดยไม่รวมที่ดินได้ เนื่องจากในกฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้  
 
ถึงแม้ว่าชาวต่างชาติไม่สามารถเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในชื่อของตนเองได้  แต่ยังมีวิธีที่ชาวต่างชาติจะสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้ ดังนี้
 
  • ซื้อผ่านทางบริษัทจำกัดของไทย
  • ซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุด
  • ซื้อร่วมกับผู้ถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด
 
ซื้อผ่านทางบริษัทจำกัดของไทย
 
บริษัทจะต้องเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไทยและต่างชาติ  โดยสัดส่วนการลงทุนจากต่างชาติจะต้องไม่เกินร้อยละ 49 ของทุนหมด  ซึ่งคนต่างชาติสามารถรักษาอำนาจควบคุมบริษัทผ่านการจ้างผู้บริหารที่เป็นคนต่างชาติ  และการให้อำนาจลงคะแนนเสียงของหุ้นส่วนต่างชาติที่มากกว่า  หรือผ่านทางอำนาจกฎหมายของทนายความฝ่ายผู้ถือหุ้นคนไทย  ถ้าหากชาวต่างชาติต้องการใช้วิธีการนี้จำเป็นต้องจ้างทนายเพื่อช่วยดำเนินการ    
 
ซื้ออาคารชุด
 
ตามหลักกฎหมายแล้วอาคารชุดเป็นอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียวที่คนต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของได้ในชื่อของตนเอง  โดยชาวต่างชาติสามารถซื้ออาคารทั้งหลังแต่ไม่รวมไปถึงพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่ได้ด้วย
 
ซื้อร่วมกับผู้ถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด
 
การแต่งงานกับคนไทยและซื้ออสังหาริมทรัพย์ในชื่อของคู่สมรสอาจเป็นวิธีการที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จะเป็นของคู่สมรสคนไทย  หากเกิดปัญหาหรือความขัดแย้งขึ้นผู้ซื้อร่วมชาวต่างชาติจะอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบเนื่องจากไม่สามารถยกกฎหมายขึ้นต่อสู้เพื่ออ้างสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ได้  อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติสามารถทำเป็นสัญญาเช่าได้โดยระบุรายละเอียดในเงื่อนไขการเช่า เช่น จำนวนเงินที่ให้เช่าหรือรายละเอียดในกรณีที่ชาวต่างชาติต้องการขายอสังหาริมทรัพย์  เป็นต้น
 
ในกรณีที่ชาวต่างชาติสมรสกับคนไทยและมีการหย่าในภายหลัง อสังหาริมทรัพย์นั้นก็ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของคู่สมรสคนไทย  อย่างไรก็ดี ผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถปกป้องสิทธิ์ของตนด้วยการทำสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นระยะเวลา 30 ปีและมีเงื่อนไขการต่อสัญญาเช่า โดยชาวต่างชาติต้องจดทะเบียนสัญญาเช่า ช่วงระยะเวลาเช่าแต่ละรอบสัญญาที่เหมาะสมคือ 3 ปี
 
หลังจาก 30 ปีแล้วผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถต่อสัญญาได้ใหม่ แต่สัญญาเช่าจะไม่ได้รับการจดทะเบียน  ซึ่งหมายถึงเจ้าของคนไทยสามารถขายอสังหาริมทรัพย์ได้โดยที่ชาวต่างชาติไม่สามารถที่จะโต้แย้ง  ทั้งนี้ การต่อสัญญาเช่าหลังจาก 30 ปีโดยไม่ได้รับการรับรองมีความเสี่ยงที่คู่สัญญาคนไทยจะขายอสังหาริมทรัพย์แม้ว่าจะอยู่ในระหว่างสัญญาเช่าของคนต่างชาติก็ตาม  นอกจากนั้นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการต่ออายุสัญญาเช่ามักจะแพงขึ้นในเวลาต่อมาเมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้น

การเลือกที่อยู่อาศัย

สำหรับในบ้านเรา ประเภทของที่อยู่อาศัยมีหลากหลายประเภทให้เลือกสรร ได้ตามงบประมาณที่มีในมือ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโด จนไปถึงประเภทของบ้านมือสอง  ถือว่าเพียงพอ เพื่อรองรับกับจำนวนประชากรของประเทศ ตลอดจนชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัย ทำงาน เมื่อคุณจะซื้อหรือเช่าที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมจึงต้องพยายามและพิจารณารายละเอียดให้รอบด้าน
การเลือกที่อยู่อาศัยอย่างมีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้คุณได้ที่พักที่ต้องการในราคาที่ดี ก่อนซื้อหรือเช่าบ้าน คุณจึงต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ ทำเลที่ตั้ง ประเภทที่อยู่อาศัย และสิ่งอำนวยความสะดวก

ประเภทที่อยู่อาศัย 

1.บ้านเดี่ยว(Single-Family Homes) เป็นแบบบ้านที่อยู่อาศัยที่มีคนนิยมมากที่สุดลักษณะเป็นบ้านตั้งอยู่เดี่ยวๆมีเนื้อที่กว้างขวางรั้วรอบขอบชิด ทำให้ผู้อาศัยได้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวและห่างไกลจากการรบกวนของเพื่อนบ้าน บ้านชนิดนี้ปกติแล้จะมีขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกันสามารถตกแต่งได้ในรูปแบบ ต่างๆ ตามฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
2. อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว(Shop Houses) เป็นแบบบ้านอีกลักษณะหนื่งที่ได้รับความนิยมมากในแถบชุมชนเมืองเพราะ นอกจากจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้แล้วยังสามารถดัดแปลงให้เป็นสถานที่ทำการค้า หรือธุรกิจได้ด้วย อาคารแบบนี้มักมีเนื้อที่แคบจึงนิยมก่อสร้างหลายๆชั้น
3. ทาวน์เฮาส์(Town house) เป็นบ้านที่มีลักษณะเหมือนตึกแถวบ้านประเภทนี้มักตั้งอยู่ในเมืองต่างกับตึกแถวตรงที่มีบริเวณหน้าบ้านจัดเป็นสวนขนาดย่อมและจอดรถได้ทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่มักเป็นแบบ2-3ชั้นใช้เนื้อที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นที่ในเมืองและมีราคาแพง
4. แฟลตหรืออาพาร์ตเม้นต์(Flat or Apartment) เป็นที่อยู่อาศัยที่มีลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์ คือมีหลายๆชั้น แบ่งเป็นหลายยูนิตวัตถุประสงค์เพื่อให้เช่าปกติแล้วที่อยู่อาศัยแบบนี้ค่า เช่ามักสูง เพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัยครบ
5. คอนโดมิเนียม(Condominium) หรืออาคารชุด เป็นอาคารที่มีหลายชั้นแต่ละชั้นแบ่งเป็นห้องชุดจำนวนมากซึ่งภายในห้อง ประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนำ ฯลฯ อาคารชุดแต่ละแห่งมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนโดยทั่วไปแล้วอาคารชุดจะ ตั้งอยู่ในกลางเมืองหรือในที่ชุมชนที่มีการคมนาคมสะดวก อาคารชุดมีหลายประเภท ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย (Residential Condominium)และประเภทสำนักงาน(Office Condominium)ผู้ซื้ออาคารชุดจะมีกรราสิทธิ์เป็นเจ้าของอาคารชุดของตนและมี กรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินส่วนกลาง อันได้แก่ ห้องโถง ที่จอดรถ ลิฟต์ สนาม และทางเดิน เป็นต้น ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางผู้เป็นเจ้าของอาคารชุดจึงต้อง ร่วมกันรับผิดชอบ
โดยหลักแล้ว การเลือกประเภทที่อยู่อาศัย นอกจากจะดูจำนวนเงินที่มี คุณควรเป็นอย่างยิ่งที่จะพิจารณาถึงภาพรวมของสิ่งปลูกสร้างที่คุณต้องการจะซื้อ เช่น ดูว่าอยู่ใกล้โรงเรียน คลินิก ร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต แหล่งนันทนาการ และมีเครือข่ายคมนาคมที่สะดวก 

สรุป

เศรษฐกิจที่เฟื่องฟูและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวของไทยส่งผลให้เกิดความต้องการด้านที่อยู่อาศัยในหมู่ผู้ซื้อ ทั้งชาวไทยและผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถซื้อหรือเช่าที่พักได้อย่างง่ายดายหากทำตามแนวทางหาที่พักที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ซื้อควรพิจารณาเคล็ดลับและแนวทางหาที่พักเหล่านี้ให้รอบคอบเพื่อหาที่พักอาศัยที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด
บทความ จาก ddproperty.com